วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

MERCURY MAN

(Trailer)

After being stabbed with an ancient Tibetan amulet, a Bangkok firefighter named Chan is transformed into a superhero when his body becomes a massive heat source, which he learns to manipulate to give him super strength, increased agility and the ability to make great leaps.

Chan's fate is entwined with an Afghan terrorist, Osama bin Ali, who wants the power of the Tibetan amulet to use in a plot to destroy the United States. With his international terrorist organization, led by henchwoman Areena, Osama kidnaps Chan's mother and transsexual sister (Played by famed transsexual Thai kickboxer Nong Toom, credited as Parinya Kiatbusaba) [4, 5, 6, 7, 8] and takes them to the Royal Thai Navy base, where he hopes to launch a rocket at a US Navy chemical weapon ship. Osama also has suicide bombers spread out throughout Thailand, stationed in American franchises in Thailand, ready to act on his word.
Aided by the young female guardian of the amulet, Chan rescues his mother and sister. However, he must face Areena, who has stabbed herself with a companion amulet, giving her the powers of extreme cold and ice.




MERCURY MAN IN JAPAN
                                                                                                                                           MERCURYMAN VS


Production
Similar to Ong-Bak, which was also choreographed by Panna Rittikrai and produced by Prachya Pinkaew, Mercury Man contains "shout outs" to Western films. References to Spider-Man are seen throughout Mercury Man, in dialogue, in Spider-Man T-shirts worn by extras and through spray-painted messages in the scenery, such as "Spidy how R U?"





เรื่องราวของมนุษย์เหล็กไหล

ตามความเชื่อที่ว่าเมื่อใดก็ตามที่เหล็กไหลจันทรา (ความเย็น) และเหล็กไหลสุริยัน(ความร้อน) รวมตัวกันคราใด ก็จะนำมาซึ่งขุมพลังแห่งอำนาจเอนกอนันต์อันยากเกินกว่าสรรพวุธอื่นใดจะสามารถสยบและหยุดยั้งได้ แต่แล้วแผนการครอบครองเหล็กไหลดังกล่าวของ อุสมาห์(อานนท์ สายแสงจันทร์)หัวหน้ากลุ่มผู้ก่อการร้ายจากตะวันออกกลางหาได้เป็นอย่างที่คิดไม่ ถึงแม้ อารีน่า(เมทินี กิ่งโพยม)สมุนมือขวาของตนจะสามารถแย่งชิงเหล็กไหลจันทรา (วัชรธาตุ หรือ หยดน้ำฟ้า อันศักดิ์สิทธิ์)มาจาก พูนิมา (จินนิภา คงบัว) เทพผู้ปกป้องประจำ อารามแห่งหนึ่งในธิเบตมาได้แล้วก็ตาม แต่ในระหว่างการปล้นตัวอุสมาห์ผู้ก่อการร้ายข้ามชาติจากเรือนจำคุ้มครองพิเศษจากทางการไทยเกิดความผิดพลาดขึ้นจนนำไปสู่การระเบิดครั้งใหญ่ในเรือนจำ จนทำให้เหล็กไหลสุริยันทิ่มแทงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของฌาณ (วสันต์ กันทะอู) นักดับเพลิงหนุ่มผู้มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ต้องตื่นตะลึงกับพลังลึกลับและฤทธานุภาพของเหล็กไหลที่อยู่ในตน

ทางเดียวที่จะไม่ให้พลังแห่งความร้อนแรงที่เกิดขึ้นจากเหล็กไหลแผดเผาเลือดเนื้อและร่างกายของฌาน คือจะต้องเรียนรู้การควบคุมสภาวะความรุ่มร้อนในอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจากส่วนลึกในจิตใจของตนให้จงได้และเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังจากเหล็กไหลที่ตอนนี้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเลือดเนื้อและร่างกาย และที่สำคัญจะต้องรับมือกับพลานุภาพของเหล็กไหลจันทราที่บัดนี้ถูกนำไปพัฒนาระดับขั้นของพลังเพิ่มทวีคูณขึ้นไปอีกจากกลุ่มก่อการร้ายของอุสมาห์ และนี่คือจุดเริ่มต้นของการปะทะกันระหว่างพลานุภาพของเหล็กไหลทั้ง 2 ขั้วภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ชายหนุ่มอย่างฌาน หรืออีกนัยหนึ่งคือ “มนุษย์เหล็กไหล” จะต้องรับมือ

TEARS OF THE BLACK TIGER


( Trailer )




TEARS OF THE BLACK TIGER takes a journey back to a lost past – the heroic years of Thai genre cinema, when influences from Hollywood and everywhere else were subsumed into rollicking Thai melodramas for an audience of avid fans. Sasanatieng’s film is a brilliant pastiche of vanished themes, styles and characters, almost all of them easily recognizable as variants on the prototypes from other popular cinemas. But the film’s project is not simply nostalgic. Sasanatieng uses the tricks and tropes of film style from the 1960’s- iris shots, wipes, obvious back-projection – but combines them with a startling, modernist approach to color and storytelling. The result is not only unique in Thai cinema but also an entirely new way of looking at genre entertainment.
TEARS OF THE BLACK TIGER offers nostalgia as future shock.



When Dum, a young peasant boy, falls in love with Rumpoey, the daughter of a wealthy family, they vow that, whatever happens, they will one day be together. When they meet again ten years later, their rekindled passion is thwarted by the murder of Dum’s father by outlaws and by Rumpoey’s betrothal to a smooth-talking police captain. Dum soon transforms himself into the gunslinging bandit, “Black Tiger,” in order to infiltrate the gang who murdered his father. Fate will reunite the lovers one more time, but will they be able to continue their romance? Or will tragedy strike again?


ฉายเมื่อ 29 กันยายน 2543
แนวเรื่อง ชีวิต โศกเศร้า เคล้าน้ำตา บู๊ ประทับใจ เพลงไพเราะ
แก่นเรื่อง รักซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ

เรื่องย่อ
  "โศกนาฎกรรม ความรัก ระหว่าง รำเพย หญิงสาว ในตระกูล สูงศักดิ์ กับ เสือดำ จอมโจร ผู้เดียวดาย และเปลี่ยวเหงา"                 ทั้งสองพบกัน ในช่วงปฐมวัย ระหว่าง สงครามโลก ครั้งที่ 2 ครอบครัว รำเพย อพยพ มาหลบภัย อยู่กับครอบครัว ของ ดำ ที่สุพรรณบุรี ที่นี่เอง ความสนิทสนม ได้ก่อตัวขึ้น ช้าๆ และ เมื่อเด็กชายดำได้ช่วยปกป้อง เด็กหญิงรำเพย จนตนเอง ได้รับบาดเจ็บ และฝาก รอยแผลเป็น จารึกไว้ ที่หน้าผาก จนชั่วชีวิต เด็กทั้งสอง ได้ประทับ ความทรงจำ ครั้งนั้น ตราตรึงไว้ ในหัวใจ ตลอดไป แม้จากกัน ไปแล้ว ก็ยังคง เฝ้าถวิลหา ถึงกัน ไม่เสื่อมคลาย

สิบปีต่อมา ทั้งสองพบกัน อีกครั้ง ในพระนคร และดำได้ช่วยปกป้องรำเพยไว้เป็นครั้งที่สอง ความทรงจำ ในวัยเยาว์ ที่เขาและเธอ มีต่อกัน บัดนี้ งอกงาม เพิ่มพูน จนกลายเป็น ความรัก อันจีรัง ยั่งยืน ดำให้สัญญาว่า เขาจะกลับ ไปทำไร่ ที่สุพรรณ เก็บเงิน มาสู่ขอรำเพยให้ได้ ส่วนเธอ ก็สัญญาว่า ถ้าความรัก ไม่สมหวัง เธอก็จะ หนีตามเขาไป

แต่แล้ว โชคชะตา ก็มักจะ เล่นตลก กับมนุษย์เสมอ เมื่อดำกลับถึงบ้าน แล้วพบว่า พ่อถูก ฆ่าตาย เขาคว้าปืน ออกตามล้างแค้น คนที่ฆ่าพ่อ จนต้อง ระหกระเหิน ไปพบกับ กองโจรของเสือฝ้ายและเสือมเหศวร เขาจำต้อง ตกกระได พลอยโจร ไปด้วย นับแต่นั้นมา ทั่วทั้งสุพรรณ ก็รู้จักชื่อของ เสือดำ สมุนมือขวา ของเสือฝ้าย ผู้ยิงปืนแม่น ราวจับวาง ส่วนรำเพยถูกบังคับ ให้รับหมั้นกับ รตอ.กำจร เธอตัดสินใจ หนีตามดำไป โดยทั้งสอง นัดแนะกัน มารอที่จุดนัดพบแห่งหนึ่ง อนิจจา…โชคชะตา ก็เล่นตลกอีก เป็นครั้งที่สองเสือดำบังเอิญ ติดภารกิจ สำคัญ แม้จะพยายาม เร่งรีบ เพื่อจะ มาพบเธอ ให้ได้ แต่ก็ สายไป เสียแล้ว รำเพยรอจนเชื่อว่า เขาคง ไม่มาแล้ว จึงกลับ ไปเข้า พิธีหมั้นกับ รตอ.กำจร ด้วยหัวใจ แตกสลาย

หลังงานหมั้น รตอ.กำจร นายตำรวจหนุ่ม จากพระนคร ตัดสินใจ นำกำลังตำรวจไปกวาดล้างรังโจรเสือฝ้าย เพื่อ หวัง สร้างผลงาน แต่เสียทีถูกเสือฝ้ายจับตัวได้ เสือฝ้ายให้เสือดำไปสังหาร รตอ.กำจร ครั้นรู้ว่า วาระสุดท้าย ของตน มาถึงแล้ว รตอ.กำจร ได้ขอร้อง เสือดำให้ส่งข่าว แก่คู่หมั้น ของเขา พร้อมมอบรูปถ่าย รำเพย ให้ดู เสือดำ ตกตะลึง เมื่อรู้ว่า รำเพย คือคู่หมั้น ของรตอ.กำจร แต่ด้วย ความรัก ความเสียสละ เขาตัดสินใจ ปล่อย รตอ.กำจร ไปด้วยดวงใจ อันปวดร้าว เมื่อเสือฝ้ายรู้ว่าเสือดำทรยศต่อเขา จึงสั่งให้เสือมเหศวรหลอกเสือดำไปฆ่า แต่เสือดำก็รอดมาได้ หวุดหวิด ทั้งยัง รู้ข่าวว่าเสือฝ้ายจะยกพวก ไปถล่ม งานแต่งงาน ของ รำเพยกับรตอ.กำจรในคืน วันงาน ที่จะถึงนี้

เสือดำก็ตัดสินใจ เอาชีวิต เข้าแลก เพื่อปกป้อง คนที่ เขารัก ให้พ้น จากอันตราย อีกครั้งหนึ่ง





วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554

RED EAGLE



( Teaser Red Eagle )
http://www.google.co.th/url?sa=t&source=web&cd=1&ved=0CBoQtwIwAA&url=http%3A%2F%2Fwww.youtube.com%2Fwatch%3Fv%3DpKJ9iIzmZiA&ei=DEcmTZH7LMPxrQfgm4DHDA&usg=AFQjCNGfB3EyecBEfTmI-MKC_Y4yIT3TTQ&sig2=fLy1v39qrbimh2OnfsXogQ

เรื่องย่อ (2010)


ปี 2016 กรุงเทพมหานคร เต็มไปด้วยความวุ่นวาย โจรผู้ร้ายชุกชุม เกิดการคอรัปชั่นของนักการเมืองและกระจายวงกว้างเกินกว่าจะควบคุมได้ โครงการอาวุธนิวเคลียร์ร้ายแรงกำลังจะเกิดขึ้น ท่ามกลางสภาพความเสื่อมโทรมของสังคม ประเทศชาติ ได้เกิด วีรบุรุษลึกลับ ที่ตามล่ากวาดล้างคนชั่ว เขาไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ทุกครั้งที่ฆ่าคนชั่วสำเร็จ มีเพียงนามบัตรใบเดียวที่ทิ้งไว้ ภายใต้ชื่อ "อินทรีแดง" แต่..
อินทรีแดงไม่ได้เป็นผู้ล่าเพียงฝ่ายเดียว เขายังต้องเผชิญหน้ากับ "ปีศาจดำ" นักฆ่ามือหนึ่ง ที่เหล่าคนชั่ว ส่งมาตามล่าเขา เช่นกัน


Five Star Productions held a press release announcing the new “Insee Daeng” movie to the Thai public from Central Festival Shopping Center on Tuesday. The movie, a remake of the 1970’s action classic, is set to open in cinemas nationwide on the 7th of October 2010.
Pattaya, the 17th of August 2010 [PDN]: Five Star Production Managing Director Mr. Jarern Iamphungphorn along with Director Wisit Satsanatieng and Pattaya City Mayor Itthiphol Khunpluem announced the grand opening of much anticipated release of “Insee Daeng” from the Central Festival on Tuesday.



“Insee Daeng” (Red Eagle) is a remake of the 1960’s action classic of the same name, staring popular, now deceased, Thai movie star Mit Chaibancha. The remake, sees up-and-coming star Ananda Everingham take the role of the Red Eagle, a crime-fighting hero, playing alongside the affable Yarinda Bunnak who is the heroin of the film.
Despite originally being producer some 40 years ago, “Insee Daeng” is still considered a cult classic from the Thai film industry. The popularity of its successor remains to be seen, however, given the success of the original it must go down as one of the most anticipated Thai movies in years. There were two further movies in what is often lauded at the “Insee Series” they were, “Jao Insee” (King Eagle) and “Insee Thong” (Gold Eagle) both also produced and released in the 1960’s.









                                                     RED EAGLE THE MOVIE ( 2010) (ANANDA EVERINGHAM )




                                       
                                    RED EAGLE The Series ( JAME )


 RED EAGLE Classic version ( MITCHAI BANCHA )
The original lead role of the Red Eagle, played by famous Thai star Mit Chaibancha, proved to be the action-stars last appearances on the silver screen. Mit tragically died during the filming of the “Insee Thong” movie, coincidentally occurring along the Dong Tan Beach in Jomtien. Mit, whilst attempting to unravel a rope ladder, fell from a helicopter flying above the beach, later dieing of his injuries.

Mit Chaibancha, with over 250 movies to his credit, has since been remember at the scene of his death, with the construction of the “Mit Chaibancha Court” approximately 100 meters from the Hanuman Curve in Jomtien. Given the same stunts and death defying action scene present in the current remake of the Red Eagle, producers and the Five Star Production Company were vigilant in their adherence to safety practices during shooting, providing top of the line insurance for their new action stars.

In addition to the announcement of the movie on Tuesday, the actors also put on an outstanding display featuring actor Ananda, who unravelling and then climbing a rope ladder from a helicopter circling the Central Festival building, before performing an advantageous array of motorbike manoeuvres for the adoring crowd once the helicopter had landed.




Red Eagle will begin showing in cinema’s nationwide as of the 7th of October 2010 with initial reports expecting viewing figures unsurpassed in the Thai film industry. At present no reports of whether a remake of the other two “Insee” films are being considered.